อีเมล [email protected]

    /    บทความ    /    ปรับท่านั่งเพื่อสุขภาพที่ดีกว่า

ปรับท่านั่งเพื่อสุขภาพที่ดีกว่า

ปรับท่านั่งเพื่อสุขภาพที่ดีกว่า

อาการปวดเมื่อยตามร่างกายนั้น อาจเกิดขึ้นจากการนั่งผิดท่า เนื่องจากร่างกายได้รับการกดทับเป็นเวลานาน ทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย ไม่เพียงแต่อาการปวดเมื่อยเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อระบบไหลเวียนเลือด และเส้นประสาทอีกด้วย ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนั่งจะช่วยให้ร่างกายของคุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ 

ท่านั่งเสี่ยงอันตราย

หลายท่านั่งในชีวิตประจำวัน เสี่ยงทำร้ายสุขภาพของคุณมากกว่าที่คิด หากคุณมีพฤติกรรมเสี่ยงด้วยการนั่งในท่าทางต่างๆดังนี้ ลองเปลี่ยนพฤติกกรมเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น! 

  • นั่งไขว่ห้าง : การนั่งไขว่ห้างติดต่อกัน โดยไม่มีการเปลี่ยนอริยาบท จะทำให้เกิดแรงกดทับที่เข่า ส่งผลเกิดอาการปวดเข่าได้ ทั้งนี้การนั่งไขว่ห้างเป็นเวลานานยังทำให้เส้นเลือดบริเวณข้อเข่าไหลเวียนเลือดได้ยาก เสี่ยงต่อความดันโลหิตสูงและการอุดตันของเส้นเลือด ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับความดันโลหิตสูงจึงควรหลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้าง
  • นั่งหลังหลังค่อม : การนั่งหลังค่อมส่งผลโดยตรงต่อกระดูกสันหลัง ทำให้กล้ามเนื้อเกร็ง ส่งผลให้เกิดการปวดเมื่อยบริเวณหัวไหล่ สะโพก และอาจทำให้กระดูกผิดรูปถาวร และกระดูกสันหลังงอได้
  • นั่งยอง : การนั่งยองอาจทำให้ข้อเข่าอักเสบได้ เนื่องจากกระดูกอ่อนผิวข้อเข่าและกระดูกข้อเข่าที่ขัดกัน สาเหตุจากการที่กระดูกผิวข้อเข่าด้านนอกเคลื่อนตัวไปด้านหน้า และเมื่อลุกขึ้น โดยการเหยียดขาในทันที จะทำให้เกิดอาการปวดในข้อ และมีอาการข้อเข่าอักเสบตามมา
  • นั่งเท้าคาง : การนั่งเท้าคางนอกจากจะดูไม่สุภาพและเสียบุคลิกแล้ว ยังส่งผลต่อกระดูกข้อมือ ที่มีลักษณะการงอผิดปกติจากการเท้าคาง และจะต้องรับน้ำหนักจากใบหน้าทำให้ข้อมืออักเสบได้ และนอกจากนี้ยังส่งผลเสียต่อใบหน้า ทำให้เกิดริ้วรอยจากการกดทับมือกับใบหน้าเป็นเวลานาน
  • นั่งขัดสมาธิ : การนั่งขัดสมาธิท่าเดิมเป็นเวลานาน จะส่งผลเสียต่อเข่า และเสี่ยงทำให้เข่าเสื่อม อีกทั้งยังก่อให้เกิดอาการเหน็บชาที่เกิดจากแรงกดทับเป็นเวลานาน ทำให้โลหิตไหลเวียนได้ไม่สะดวก นอกจากนี้ยังส่งผลให้กระดูกสันหลังมีปัญหาในระยะยาวอีกด้วย

ปรับพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีกว่า 

เมื่อทราบถึงสาเหตุของอาการปวดเมื่อยที่เกิดจากท่านั่งแล้ว ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของคุณ เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนกันดีกว่า

 

  • นั่งหลังตรง : การนั่งหลังค่อมจะส่งผลให้กระดูกสันหลังเกิดอาการตึง ทำให้กล้ามเนื้อ และข้อต่อต่างๆเมื่อยล้า โดยการนั่งหลังตรงจะช่วยยึดกระดูกสันหลังให้เข้าที่ ทั้งนี้การนั่งหลังค่อมไม่เพียงจะส่งผลเสียต่อหลังของคุณเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียถึงอวัยวะภายใน ทำให้ปอดและลำไส้ทำงานหนักขึ้นด้วย
  • วางแขนให้ขนานกับโต๊ะ : ควรนั่งให้ข้อศอกตั้งฉากประมาณ 90 องศา ไหล่ไม่ตกและหลังตรง เพื่อให้หัวไหล่ได้ผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการเหยียดมือ หรืองอข้อมือได้อีกด้วย 
  • ปรับเปลี่ยนอริยาบท : เปลี่ยนท่าทางทุก 30 นาที เช่น เปลี่ยนท่านั่ง ยืนขึ้น ลุกไปเข้าห้องน้ำ หรือออกไปเดินผ่อนคลายสักครู่เพื่อหลีกเลี่ยงการกดทับที่อาจทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามมาภายหลังได้
กลุ่มเสี่ยงต่อการปวดเมื่อยจากท่านั่งที่ผิด
กลุ่มคนที่จะต้องใช้เวลาหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หากนั่งผิดท่าอาจทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเรื้อรังตามมาได้ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถเริ่มได้ง่ายๆ จากการนั่งให้ถูกวิธีโดยการนั่งตัวตรง พยายามอย่าก้มคอ ศีรษะตรง ปรับระดับเก้าอี้ให้พอดีกับโต๊ะ ระดับสายตาตรงกับจอคอมพิวเตอร์ อย่าให้จอคอมอยู่ต่ำเกินไป พร้อมกับมีพนักพิง และที่พักแขน 2 ข้าง เพื่อหลีกเลี่ยงการยกเกร็งของหัวไหล่ อีกทั้งยังควรพักสายตาหลังจากใช้คอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน เพื่อป้องกันอาการปวดศีรษะ และกระบอกตา
 
กายภาพบำบัดช่วยได้
การนั่งผิดท่าจะนำไปสู่โรคออฟฟิศซินโดรม ที่เกิดจากร่างกายทำท่าเดิมซ้ำๆเป็นเวลานานจนทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยทั่วร่างกาย และนำมาซึ่งการรบกวนในชีวิตประจำวันในที่สุด การทำกายภาพบำบัดโดยนักกายภาพสามารถช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูกลับสู่ภาวะปกติได้ ด้วยคำแนะนำในการปรับสรีระร่างกายให้ถูกต้อง และการใช้เครื่องมือแพทย์มาช่วยในการรักษา
 
หากท่านต้องการที่จะนัดหมายเพื่อฟื้นฟูกระดูกเเละกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆของร่างกาย  สามารถเข้ามารับคำแนะนำได้ที่ พรีโมแคร์ เมดิคอล คลินิก ที่พร้อมดูแลรักษาสุขภาพร่างกายของท่านอย่างครบถ้วน สามารถสอบถามหรือนัดหมายล่วงหน้า ที่นี่ 
 

Reference