อีเมล [email protected]

    /    บทความ    /    7 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่คุณต้องรู้

7 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่คุณต้องรู้

7 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่คุณต้องรู้

ข้อมูลเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่คุณเชื่อมาทั้งชีวิตอาจเป็นเรื่องเข้าใจผิดมหันต์ พรีโมแคร์ เมดิคอล คลินิก ชวนคุณมาลองเช็กให้ชัวร์ก่อนเชื่อเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีนี้

 

❌ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทำให้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่

✔️ คุณไม่สามารถติดเชื้อไข้หวัดใหญ่จากการฉีดวัคซีนได้ 

เช่นเดียวกับวัคซีนอื่นๆ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ทำมาจากไวรัสที่ตายแล้ว ที่มีฤทธิ์อ่อนลง หรือแค่บางส่วนของไวรัส ซึ่งไม่สามารถก่อให้เกิดโรคได้ แต่เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายจดจำและสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อสู้กับเชื้อโรคเมื่อมีการสัมผัสเชื้อในครั้งต่อไป

โรคไข้หวัดใหญ่ไม่อันตราย และไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกัน

✔️ ในแต่ละปีมีคนจำนวนมากกว่า 6.5 แสนรายทั่วโลก เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ 

แม้คนส่วนมากที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่จะมีอาการดีขึ้นภายในเวลา 2-3 สัปดาห์ แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ติดเชื้อแล้วมีอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงขั้นอาจส่งผลต่อชีวิต เช่น ปอดบวม กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ไข้สมองอักเสบ กล้ามเนื้ออักเสบ และการทำงานของอวัยวะหลายอย่างล้มเหลว

❌ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ มีผลข้างเคียงอันตราย

✔️ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้รับการยืนยันว่ามีความปลอดภัยสูง 

อาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่มักเป็นอาการทั่วไปที่ไม่เป็นอันตราย ที่พบได้บ่อย คือ อาการปวด บวม หรือแดงบริเวณที่ฉีด และมีบ้างที่ปวดศีรษะ มีไข้ต่ำ หรือปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งมักจะหายไปเองในช่วง 1-2 วันหลังฉีดวัคซีน 

ส่วนผลข้างเคียงที่ร้ายแรงอย่างอาการแพ้รุนแรงนั้นพบได้น้อยมาก โดยมักเกิดขึ้นภายในไม่กี่นาทีหรือไม่กี่ชั่วโมงหลังฉีดวัคซีน สังเกตได้จากอาการบวมที่ตา ใบหน้า ลำคอ ริมฝีปาก มีผื่นลมพิษขึ้น หายใจติดขัด หน้ามืด หรือวิงเวียนศีรษะ หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันที 

นอกจากนี้มีรายงานพบผลข้างเคียงเป็นกลุ่มอาการ Guillain-Barré Syndrome ซึ่งเป็นโรคความผิดปกติเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันที่ส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้มีอาการแขนขาอ่อนแรงและเกิดภาวะอัมพาต แต่พบได้เพียง 1 ในล้านคนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นโรคนี้หรือมีประวัติเป็นโรคนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับวัคซีน

 

❌ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่ช่วยป้องกัน เพราะฉีดแล้วก็ยังติดเชื้อได้อยู่ดี 

✔️ การฉีดวัคซีนแม้ไม่ได้ช่วยป้องกัน 100% แต่ช่วยลดความรุนแรงจากโรคไข้หวัดใหญ่

วัคซีนไข้หวัดใหญ่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนส่วนประกอบของวัคซีนทุกๆ ปี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสสายพันธุ์ที่ระบาดในปีนั้นๆ จึงมีโอกาสที่คุณจะกับสัมผัสและติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่ส่วนประกอบหลักของวัคซีนได้ 

อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่แค่ป้องกันการติดเชื้อเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อและป้องกันอาการรุนแรงที่อาจทำให้ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลได้ ทั้งยังเป็นการช่วยปกป้องคนรอบข้างไม่ให้รับเชื้อจากคุณในทางอ้อม โดยเฉพาะหากคนรอบตัวของคุณเป็นผู้ที่เสี่ยงเกิดอาการรุนแรงจากโรคไข้หวัดใหญ่ เช่น ผู้สูงอายุ เด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2 ปี หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคเรื้อรังบางชนิด ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการรับเคมีบำบัด และเบาหวาน การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่จะช่วยปกป้องพวกเขาเหล่านี้จากอาการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตได้

❌ เคยฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไปแล้ว ไม่ต้องฉีดอีก

✔️ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ควรฉีดทุกปีเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

เนื่องจากสายพันธ์ุของไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่แพร่ระบาดนั้นเปลี่ยนไปทุกปี ประกอบกับภูมิคุ้มกันจากวัคซีนที่ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป จึงควรรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี ปีละ 1 ครั้ง โดยสามารถฉีดได้ตลอดปี แต่ช่วงเวลาที่แนะนำคือ ก่อนฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม) และก่อนฤดูหนาว (เดือนตุลาคม) ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีการระบาด และควรฉีดก่อนประมาณ 2 สัปดาห์เพื่อให้เวลาร่างกายได้สร้างภูมิคุ้มกัน 

❌ คนท้องห้ามฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่

✔️ ยิ่งตั้งครรภ์ยิ่งต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่

ระหว่างตั้งครรภ์ ระบบภูมิคุ้มกันของว่าที่คุณแม่จะอ่อนแอกว่าปกติ เพื่อป้องกันอันตรายจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ จึงแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ทุกคนรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่และสามารถฉีดได้ในทุกช่วงอายุครรภ์ โดยมีการศึกษาพบว่าการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจขณะตั้งครรภ์กว่าครึ่ง และยังช่วยส่งผ่านภูมิคุ้มกันในการปกป้องทารกจากการติดเชื้อและการเสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ในช่วง 6-12 เดือนหลังเกิด โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรกที่เด็กยังไม่โตพอที่จะรับวัคซีนได้

❌ คนที่สุขภาพดีอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน

✔️ สุขภาพดีแค่ไหน ถ้าไม่ป้องกันก็ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้อยู่ดี 

ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ แข็งแรงแค่ไหน ก็ควรฉีดวัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่ไว้ เพราะทุกคนสามารถติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่และเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ นอกจากนั้นยังมีความเป็นไปได้ที่คุณจะเป็นพาหะกระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว เพราะผู้ที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ประมาณ 20-30% จะไม่แสดงอาการใดๆ 

ทั้งนี้ บุคคลต่อไปนี้คือผู้ที่มีความเสี่ยงเกิดอาการรุนแรง มีภาวะแทรกซ้อน หรือทำให้อาการของโรคที่เป็นอยู่แย่ลง และเป็นกลุ่มที่ทางกรมควบคุมโรคแนะนำว่าควรฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปี 

  • ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป
  • หญิงตั้งครรภ์
  • เด็กอายุ 6 เดือน – 2 ปี
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย เบาหวาน และผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ในระหว่างการรับเคมีบำบัด 
  • ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
  • ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย และผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ผู้ที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 100 กก. ขึ้นไป

ผู้มีความเสี่ยงข้างต้นสามารถสอบถามกับทางอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อจองคิวนัดหมายฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี โดยจะเปิดจองในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์-เมษายนของทุกปีทางช่องทางต่างๆ ได้แก่ หน่วยบริการสุขภาพประจำชุมชน สายด่วน 1330 (กด 1 และกด 8) กระเป๋าสุขภาพในแอปพลิเคชันกระเป๋าตัง หรือทางแอปพลิเคชัน LINE @UCBKK กรณีอาศัยอยู่ในกทม. หรือมีสิทธิบัตรทอง

อย่าให้ความเชื่อที่ผิดมาเป็นอุปสรรคของการมีสุขภาพดี ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพิ่มความอุ่นใจ ปลอดภัยไว้ก่อน สามารถนัดหมายฉีดวัคซีน หรือปรึกษาทุกเรื่องสุขภาพกับคุณหมอของเราได้ที่นี่เลย

Reference